แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานแบบพลวัต
Dynamic Energy Management Platform
รางวัลรองชนะเลิศ
แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานแบบพลวัต
ผลงานประเภทประหยัดพลังงาน (Energy Saving)
กลุ่ม : กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ และบริษัทเอกชน

โดย

บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด

199/133 ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

รายละเอียดผลงาน

ที่มาและแนวคิด
          ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีการส่งเสริมด้านการใช้พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน แต่การดำเนินงานตามแผนต่างๆ ยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านการเข้าถึงเชิงลึกของกิจการในประเทศที่มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลาย และไม่ครอบคลุมทุกมิติ ทำให้การกำหนดนโยบายหรือโครงการด้านพลังงานต่างๆ เป็นไปได้ยาก และด้านการขาดระบบตรวจวัดประเมินผลตามมาตรฐานสากลที่ช่วยชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ซึ่งส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ
การรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานนอกจากจะเป็นการช่วยให้แต่ละภาคส่วนเข้าใจถึงการใช้พลังงานของตนเอง นำไปสู่การใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าถึงการข้อมูลการใช้พลังงานเหล่านี้ อันนำไปสู่การวิจัยและพัฒนา การกำหนดนโยบาย และเป็นแหล่งข้อมูลของประเทศในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด จึงเล็งเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว และได้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานแบบพลวัต (Dynamic Energy Management Platform) ของคนไทยที่ได้มาตรฐานสากล ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ และสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างแพร่หลายเพื่อเป็นบริการแก่สาธารณะ

การใช้ประโยชน์จริง/ประโยชน์ที่ได้รับ
         แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานแบบพลวัต (Dynamic Energy Management Platform) มีลักษณะเป็น Dynamic Platform คือ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผล การวิเคราะห์ผล ตรรกะการควบคุมได้อย่างอิสระ และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ได้แบบไร้ขอบเขต จึงสามารถประยุกต์ใช้เข้ากับอาคารหรือโรงงานใดก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด การติดตั้งแพลตฟอร์มจะช่วยเหลือในการตรวจสอบค่าการใช้พลังงานและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ ทำให้สามารถตรวจสอบค่าการใช้พลังงาน ตลอดจนเข้าไปควบคุมจัดการเมื่อพบว่ามีการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง จึงสามารถใช้พลังงานให้ได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ความเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
          การส่งเสริมและสนับสนุนให้สังคมสามารถใช้แพลตฟอร์มก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้าน โดยในด้านสังคม ข้อมูลที่ถูกเก็บจากแพลตฟอร์มช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบพลังงานประจำปี (Energy Audit Report) และง่ายต่อการจัดทำรายงานประจำปี ช่วยให้การกำหนดและผลักดันนโยบายด้านพลังงานของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในด้านสิ่งแวดล้อม การติดตั้งแพลตฟอร์มช่วยให้อาคารหรือโรงงานสามารถใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยลดการใช้พลังงานลงบางส่วนอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นการติดตั้งแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานแบบพลวัตจึงเป็นมิตรทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม